Tips คุณแม่มือใหม่วัยทำงาน
2019-05-31 10:18:47

pregnancy_02.jpg

การเป็นแม่คือประสบการณ์ล้ำค่า และท้าทาย พบวิธีดูแลตัวเองหากต้องทำงานและดูแลครรภ์ไปพร้อมๆ กัน

ก่อนอื่น JOY ต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่ สำหรับคุณแม่มือใหม่วัยทำงานหลายๆ คนที่อาจลังเลว่าควรจะทำงานต่อไปจนถึงช่วงคลอดดีหรือไม่ อันที่จริงแล้ว คุณแม่ยังทำงานต่อได้อย่างไม่มีปัญหา หากสุขภาพโดยรวมของคุณแม่ เจ้าตัวน้อยในครรภ์แข็งแรงดี และสภาวะในการทำงานเหมาะสม อย่างไรก็ดี ด้วยสภาวะทางกายภาพและอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากการตั้งครรภ์ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการทำงานในชีวิตประจำวันอยู่บ้าง JOY จึงขอนำเคล็ดลับน่ารู้ในการทำงานขณะตั้งครรภ์มาฝากกัน

สิทธิของคุณแม่

การตั้งครรภ์ไม่เพียงส่งผลทางกายภาพเท่านั้น ยังส่งผลด้านสิทธิทางกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทำงานในไทยที่คุณแม่ควรทราบเพื่อรักษาสิทธิของตนเอง

  • นายจ้างห้ามให้ลูกจ้างที่ตั้งครรภ์ทำงานล่วงเวลา ยกเว้นจะได้รับความยินยอม และห้ามให้ทำงานในวันหยุดเด็ดขาด
  • ห้ามทำงานที่ต้องแบกหามสิ่งของน้ำหนักเกิน 15 กก.
  • อาจเปลี่ยนแปลงงานในความรับผิดชอบของหญิงตั้งครรภ์ได้หากได้รับการรับรองจากแพทย์
  • การให้ออกจากงานเพราะตั้งครรภ์ ถือเป็นความผิดของนายจ้าง 
  • ลูกจ้างหญิงมีสิทธิ์ลาคลอดได้ไม่เกิน 90 วัน

pregnancy_04.jpg

การดูแลตนเองขณะทำงาน 
นอกจากสิทธิที่คุณแม่ควรทราบแล้ว JOY ยังมีเคล็ดลับเล็กๆ ที่ช่วยให้ชีวิตการทำงานขณะมีเจ้าตัวน้อยผ่อนคลายยิ่งขึ้น สามารถนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละงานได้

1. ลดงานหนัก พักความเครียด 
เพราะสรีระของคุณแม่เปลี่ยนไปจึงต้องปรับเปลี่ยนชีวิตการทำงานตามอย่างเหมาะสม การลุยงานอย่างหักโหมและความวิตกกังวลเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง และควรงดทำงานเกินวันละ 6 ชั่วโมง

2. งดยืนนาน ขยันเปลี่ยนอิริยาบถ 
การยืนเป็นระยะเวลาต่อเนื่องเกินสามชั่วโมงนั้นไม่ดีกับร่างกายคุณแม่ เพราะจะทำให้ปวดหลังและขาได้ ทั้งยังอาจชะลอการเจริญเติบโตของลูกน้อย สวมรองเท้าที่ใส่สบายและส้นเตี้ย ขณะนั่งทำงาน หาสตูลหรือกล่องมาวางเท้าเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดหลังและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ พักและเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 30 นาที

3. อาหาร เรื่องสำคัญของคุณแม่และลูก
กลิ่นอาหารคือตัวการสำคัญที่กระตุ้นอาการคลื่นไส้ผะอืดผะอม อาหารบางชนิดยังย่อยยากและทำให้ท้องอืด แต่เนื่องจากต้องบำรุงลูกน้อย การวางแผนการกินของคุณแม่จึงเป็นเรื่องสำคัญ

  • เตรียมอาหารกลางวันที่มีคุณค่าไปรับประทานที่ทำงาน
  • เตรียมขนมและของขบเคี้ยวที่มีประโยชน์ติดโต๊ะไว้ เพื่อป้องกันระดับน้ำตาลตกและความดันต่ำ อาทิ ถั่วชนิดต่างๆ แอปเปิ้ล มุสลี แคร็กเกอร์และผลไม้แห้งต่างๆ 
  • ดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ  หากใช้ภาชนะพลาสติก ควรเลือกเกรดที่ปลอดภัยใช้กับอาหาร (BPA-free)

4. ความหักโหม เราห่างกันสักพัก
คุณแม่จอมพลังทั้งหลายฟังทางนี้ ขณะตั้งครรภ์ศูนย์กลางแรงโน้มถ่วงของร่างกายคุณเปลี่ยนไป การยกของหนักจึงเป็นอันตรายทั้งต่อร่างกายของคุณแม่และลูกน้อย หากจำเป็น ควรเฉลี่ยน้ำหนักและยกด้วยมือทั้งสองข้าง

5. รับมืออาการคลื่นไส้
ด้วยภาวะฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป สามในสี่ของสตรีมีครรภ์จึงมักมีอาการคลื่นไส้ไม่สบายตัว แม้ว่าอาการนี้ยากที่จะขจัดให้หายไป แต่บรรเทาได้ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้

  • ดื่มน้ำขิง จิงเจอร์เอล อมลูกอมรสขิง หรือสูดดมกลิ่นมะนาวหรือผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อบรรเทาอาการ
  • ขณะตั้งครรภ์ คุณแม่จะไวต่อกลิ่นทุกชนิดเป็นพิเศษ จึงอาจต้องเลี่ยงกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ซึ่งแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล
  • เตรียมเสื้อผ้า แปรงสีฟัน ยาสีฟัน และเครื่องสำอางไว้ใกล้ตัว เพื่อใช้เติมความสดชื่นระหว่างวัน

6. การเดินทางขณะตั้งครรภ์

คุณแม่แฮปปี้ได้! เพราะหากลูกน้อยสุขภาพแข็งแรงดี การเดินทางขณะตั้งครรภ์ก็ไม่ใช่ปัญหา นอกจากนี้ คุณแม่ยังคงโดยสารเครื่องบินได้จนกระทั่งอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ ทั้งนี้ แต่ละสายการบินอาจมีกฎเรื่องการเดินทางขณะตั้งครรภ์ที่แตกต่างกันไป หากคุณแม่ต้องบิน JOY มีข้อแนะนำดังนี้

  • สวมเข็มขัดนิรภัยไว้ใต้ท้อง
  • จองที่นั่งติดทางเดิน และเลือกบริเวณใกล้ห้องน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีข่าวโรคระบาด

ด้วยแนวทางที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ JOY หวังว่าจะช่วยให้คุณแม่ Working mom ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลาเก้าเดือนนี้ไปได้อย่างราบรื่นและเป็นสุขยิ่งขึ้น


::::::::::::: ตัวช่วยคุณแม่ :::::::::::

อ้างอิง

  1. Medthai

  2. Ged Good Life

  3. Women Kapook

  4. Women MThai