เทรนด์เทคโนโลยีปี 2019
2018-11-26 17:53:35

Top banner.jpg

อัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีปี 2019 ฉบับย่อยง่าย มาดูกันว่าชีวิตเราจะสบายหรืองานงอก


ย้อนไป 30 ปีก่อน เราต่างยังนึกภาพไม่ออกถึงโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพได้ ทว่าเกือบ 20 ปีให้หลัง ประโยค “หน้าตาดี มีรถขับ โทรศัพท์ถ่ายรูปได้” กลับกลายเป็นประโยคสุดเชย เพราะสิ่งประดิษฐ์นี้กลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญในชีวิตประจำวัน ยังมีเทคโนโลยีอีกมายมาย ทั้งการพูดคุยทางไกลถึงห้วงอวกาศผ่านภาพและเสียง การเข้าถึงข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อประโยชน์ด้านต่างๆ ฯลฯ ทั้งหมดนี้เคยเป็นเรื่องเหลือเชื่อในอดีต แต่กลับกลายเป็นเรื่องธรรมดาของทุกวันนี้ วันที่เราต่างเริ่มกังวลใจเรื่องปัญญาประดิษฐ์ครองโลก ประเด็นจากภาพยนตร์ sci-fi ในอดีตที่เราเคยคิดว่าไกลตัว

ใกล้สิ้นปี 2018 JOY จึงอยากชวนทุกคนมาอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีฉบับย่อยง่าย เพื่อให้เข้าใจถึงสิ่งที่จะมีผลต่อชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นทุกนาที และเป็นพลเมืองที่ปรับตัวและก้าวทันโลกได้อย่างฉับไว


AR VR.jpg

NOW

เมื่อพูดถึง Augmented Reality (AR) เรามักนึกถึงเกมและสื่อบันเทิงต่างๆ อย่างเกม Pokemon Go ที่ไวรัลเมื่อปี 2016 หรือแอปพลิเคชั่นอิเกียที่นักช้อปทดลองวางเฟอร์นิเจอร์เสมือนจริงที่บ้านได้ ฯลฯ ความต่างของ Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) คือ AR เป็นเทคโนโลยีที่ผสานสภาพแวดล้อมจริงกับวัตถุเสมือนเข้าด้วยกัน ในขณะที่ VR จำลองสภาพแวดล้อมจริง และเข้าถึงได้ผ่านอุปกรณ์เสริมต่างๆ ซึ่งทำให้ผู้ใช้ตัดขาดออกจากสภาพแวดล้อมจริง (แบบในภาพ)

NEXT

ในปี 2019 นี้ ตลาดเทคโนโลยี AR และ VR จะขยายตัวถึง 2.092 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และแพร่สะพัดสู่อุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งการศึกษา อสังหาริมทรัพย์ สุขภาพ การตลาด โฆษณา ฯลฯ เราจะได้สัมผัสทั้งสองเทคโนโลยีนี้มากขึ้นผ่านข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น Smart Mirror ตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอางล้ำๆ อุปกรณ์อย่าง Samsung Gear VR, Google Glass, PS4 VR จะกลายเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่ใครๆ ก็มีกัน

IoT.jpg

NOW

IOT เริ่มขึ้นตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2000 โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ก่อนแพร่สะพัดสู่วงการการตลาด การแพทย์และค้าปลีก

NEXT

ในปี 2019 เราจะก้าวสู่ยุคที่อุปกรณ์อัจฉริยะเชื่อมโยงกันผ่านอินเทอร์เน็ต และส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นักวิ่งจะมีรองเท้าวิ่งที่เชื่อมต่อข้อมูลการวิ่งผ่านแอป เครื่องซักผ้าจะแจ้งเตือนเราผ่าน Smart TV ว่ามาตากผ้าได้แล้ว  Smart Watch จะแจ้งรถพยาบาลว่ามีผู้ป่วยภาวะวิกฤติต้องการแพทย์ด่วน ฯลฯ ในปี 2019 ตลาด IoT จะขยายตัวสู่มูลค่าห้าหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับ Smart phone, Smart TV, Smart Glass เราจะได้เข้าถึง Smart Home, Smart Office, Smart Parking และอื่นๆ อีกมากมายเพิ่มขึ้น เพื่อตอบโจทย์หนึ่งเดียวนั่นก็คือ ชีวิตที่สะดวกสบายถึงขีดสุด

AI.jpg

NOW

เราต่างใช้ AI ในชีวิตประจำวันทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ผ่านแอปต่างๆ เช่น Spotify ที่คัดสรรเพลย์ลิสต์ให้ตรงใจเรา ด้วยการตั้งโปรแกรม AI ให้ฟังเพลงและวิเคราะห์ Big Data ของผู้ฟังว่านิยมชมชอบเพลงแบบไหน Netflix เลือกภาพยนตร์ที่คาดว่าเราจะถูกจริต และ Siri ผู้ช่วยค้นหาคำตอบต่างๆ แต่นอกจากแอปเหล่านี้แล้ว ทุกวันนี้ธุรกิจต่างๆ ทั้งใหญ่และย่อมได้นำแชทบอท (Chatbot) ระบบตอบคำถามอัตโนมัติมาทำหน้าที่แทนมนุษย์กันมากขึ้น รวมทั้ง JD CENTRAL ด้วย

NEXT

ในปี 2019 นี้ AI จะแพร่สะพัดสู่ทุกวงการ ในรูปแบบของผู้ช่วยอัจฉริยะที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น แชทบอทกลายเป็นของต้องมีในธุรกิจค้าปลีกที่ช่วงชิงความรวดเร็วและแข่งขันกันมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า ในขณะที่อุตสาหกรรมการเงิน AI จะเข้ามามีบทบาทในฐานะที่ปรึกษานักลงทุนมือฉมังแห่งตลาดหุ้น

Quote TH.jpg


นี่คือบางส่วนของเทรนด์เทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในปี 2019 คิดแล้วก็น่าตื่นเต้นว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น เปลี่ยนชีวิตเราให้มีเวลาและแรงงานไปรังสรรค์ในสิ่งที่เราทำได้ดีกว่านี้มากน้อยเพียงใด สำหรับ JD CENTRAL แล้ว ในปีหน้านี้เรามีแผนบุกเบิกการนำโดรนมาใช้จัดส่งสินค้าในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและได้ประโยชน์จากอีคอมเมิร์ซได้อย่างเท่าเทียม เช่นเดียวกับการทดลองใช้ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติและเทคโนโลยีการจัดส่งอัจฉริยะ (e-logistics) เพื่อให้นักช้อปได้สัมผัสช้อปปิ้งที่สะดวกสบายที่สุด ช้อป JD CENTRAL

CTA button TH.jpg

บทความที่เกี่ยวข้อง
[1] Paresh Sagar. “Latest Trends in Technology: What To Expect From 2019” Medium, 14 Nov 2018, URL, accessed on Nov 2018
[2] Bernard Marr, The Amazing Ways Spotify Uses Big Data” Forbes, 30 Oct 2017, URL, accessed on Nov 2018